ยาสูบหลังนา…อีสาน ปลูกบุฟเฟ่ต์ได้ไร่ละ 2 หมื่น

มาตรการรณรงค์งดการสูบบุหรี่ของภาครัฐในมิติหนึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ในอีกมุมหนึ่งส่งผลลบต่อชาวไร่ยาสูบโดยตรง

ทั้งที่ยาสูบไทยมีมาตรฐานในระดับโลก ส่งออกได้ปีละนับพันล้านบาท มีแรงงานภาคเกษตร และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆรวมแล้ว 348,180 ราย กว่า 90% เป็นชาวนาที่หันมาปลูกยาสูบหลังเกี่ยวข้าว

ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้จากการทำไร่ยาสูบในรูปแบบคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง ทำสัญญาซื้อขายใบยาสูบล่วงหน้ากับบริษัทอดัมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เพื่อส่งขายให้กับบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์)

“หลังเกี่ยวข้าวแล้ว เราจะไถกลบ นำเมล็ดพันธุ์ยาสูบพันธุ์เตอร์กิชที่บริษัทจัดหาให้มาเพาะกล้าในแปลง ปัจจัยการผลิตอื่นๆไม่ว่าปุ๋ยสูตรเฉพาะสำหรับยาสูบ บริษัทก็หามาให้ในราคาทุนแบบไม่มีดอกเบี้ย โดยหักจากเกษตรกรหลังเก็บเกี่ยว ที่สำคัญยังมีนักวิชาการลงพื้นที่แนะนำเกษตรกรอย่างใกล้ชิด

นอกจากนั้น บริษัทยังได้นำหลักปฏิบัติที่ดีด้านแรงงานเกษตร ให้มีความสอดคล้องกับปฏิญญาว่าด้วย หลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การ แรงงานระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาการใช้แรงงานเด็กและการบังคับใช้แรงงาน รวมถึงการสร้างความปลอดภัยในการทำงานในไร่ยาสูบ เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากประเทศคู่ค้า”

ตะวัน ชนะเคน หนึ่งในเกษตรกรบนที่ราบสูงแห่ง อ.เรณูนคร จ.นครพนม ผู้ทำสัญญาคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง บอกว่า ยาสูบพันธุ์เตอร์กิช (โอเรียนทอล) ที่บริษัทหามาให้เป็นสายพันธุ์ที่ชอบดินปนทราย แห้งแล้ง และทนร้อน จึงเหมาะกับพื้นที่ภาคอีสาน ใช้เวลาเพาะกล้าราว 35-40 วัน เมื่อได้ต้นที่แข็งแรง ก็นำลงแปลงปลูกห่างกัน 10 ซม. ระยะห่างระหว่างแถว 40 ซม. ปลูกลึกให้ยอดอยู่เหนือพื้นดิน 2-3 ซม. เพื่อให้เกิดรากขึ้นได้หนาแน่น เพิ่มการอยู่รอด การดูแลรักษาก็ไม่ยุ่งยาก เรียกได้ว่าปลูกแบบบุฟเฟ่ต์ให้เทวดาดูแล รดน้ำเมื่อเห็นว่าดินแห้งเกินไปเท่านั้น

พื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกได้ถึง 50,000 ต้น ปลูก 40-50 วัน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ระยะเวลาตั้งแต่เพาะกล้าถึงเวลาเก็บเกี่ยวราว 90 วัน สามารถเก็บใบยาได้ 5-6 ครั้งต่อต้น สร้างรายได้เฉลี่ยหลังหักค่าใช้จ่ายคืนให้บริษัทไร่ละไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท ทำรายได้มากกว่าพืชหลักอย่างข้าว

ที่สำคัญหลังเกี่ยวข้าวเข้าสู่ฤดูแล้ง คนอีสานไม่อาจทำกินอะไรได้ มีแต่ยาสูบนี่แหละที่ช่วยให้รายได้มากกว่าปลูกพืชอย่างอื่น ทำให้หน้าแล้งไม่ต้องดิ้นรนไปรับจ้างทำงานในเมือง ได้มีเวลาดูแลลูกหลานใกล้ชิดมากขึ้น.

กรวัฒน์ วีนิล

 

 

ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/559356



This post has been seen 10837 times.

Share This: