ตอน ปราชญ์เกษตร “เกษตรวิถีพุทธ” เกษตรทางเลือกของไทย ต้นแบบของชีวิตที่ยั่งยืน ประคอง มนต์กระโทก

ประคอง มนต์กระโทก เกิดในปี 2482 เป็นลูกคนโตของครอบครัว อยู่ที่นครราชสีมา  เมื่อพ่อเสียชีวิตลงเขาจึงบวชเณร จบนักธรรมเอก สึกออกมาแต่งงานและมีบุตรถึง 7 คน ทำนาหากินบนพื้นที่เกษตร 10 กว่าไร่ ขุดที่นาเป็นบ่อเลี้ยงปลา ยกคันบ่อดินสูงและทำร่องระบายน้ำโดยเลี้ยงปลาแล้วปลูกพืชไม้ผลบนคันดินบ่อปลา พัฒนาตนเองทั้งเรื่องเลี้ยงปลาและเรื่องพืชผลอื่นๆ จนมีความเชี่ยวชาญเรื่องการเลี้ยงและการปรับปรุงพันธุ์ปลา การเพาะพันธุ์ปลาด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น ใช้แหนเลี้ยงปลาเพราะหาง่ายและช่วยลดต้นทุน การศึกษาน้ำให้เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงปลา

แต่ละชนิด การเลือกพื้นที่เพื่อการเลี้ยงปลา เช่นผืนดินที่มีต้นจิก ต้นจาน สามารถเลี้ยงปลาได้ดี เนื้อปลาอร่อย  ผืนดินที่มีต้นยาง ต้นตะแบกขึ้นอยู่มากก็เลี้ยงปลาได้ แต่เนื้อปลาไม่อร่อย ซึ่งความรู้ความเข้าใจที่ได้เหล่านี้มาจากการทดลองและรวบรวมข้อมูล เชี่ยวชาญด้านการปลูกพืชปลูกไม้ผลบนคันบ่อปลาบนคันนา ทำไร่ทำนาสวนผสม มีพืชผักและสัตว์หลากหลายชนิดผสมปนกัน

ประคอง มนต์กระโทก ให้ข้อคิดกับเกษตรกรว่า “เกษตรกรบ้านเรายังขาดความพยายาม 2 เรื่อง คือขาดความพยายามในการเรียนรู้และขาดความพยายามในการค้นคว้าทดลอง แต่กลับชอบทำเลียนแบบและนำความรู้สำเร็จของคนอื่นไปใช้ ทำให้ไม่เกิดสิ่งใหม่ และมักจะผิดพลาดเพราะไม่ได้ประยุกต์ความรู้ให้เหมาะสมกับตนเอง ประคอง มนต์กระโทก ใช้หล้กธรรมะในการพัฒนาอาชีพเกษตร เขาให้ข้อคิดว่า อาชีพเกษตรกรรมนั้นในสายตาคนนอกอาจจะดูต่ำต้อย แต่เป็นอาชีพที่ได้บุญกุศลที่สุดเพราะเป็นผู้สร้างอาหารเลี้ยงสรรพสัตว์ เป็นเกษตรกร ต้องพยายามพึ่งตัวเองให้มากที่สุด ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายสมถะ นําคำสอนของพระพุทธศาสนาเป็นตัวกำหนดแนวทางดำรงชีพ การเข้าใจในความสัมพันธ์ของคนและธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่สามารถอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน และเมื่อนั้นเราจะถึงที่สุดแล้วซึ่งความสุข เมื่อได้ผลดี จึงถ่ายทอดเกษตรธรรมชาติวิถีพุทธ ให้ผู้ที่สนใจและหน่วยงานต่างๆที่เข้ามาเรียนรู้ คอยเป็นวิทยากรให้กับสถานศึกษาต่างๆ บ่มเพาะต้นกล้าเกษตรกรธรรมชาติรุ่นใหม่

ประคองกล่าวไว้ว่า ทุกข์คนอีสานอยู่ที่ท้อง แต่เชื่อเถิดไม่วาเขาจะไปหากิน

อยู่ที่ไหน วิญญาณเขาอยู่อีสาน แล้วสักวันหนึ่งเขาจะกลับมา

ถ้าหากเขายังไม่สูญเสียแผ่นดินที่เคยฝังรก

ปี 2539 ประคอง มนต์กระโทก ได้รับยกย่องเป็นคนดีศรีสังคม



This post has been seen 7489 times.

Share This: