ตอน ปราชญ์เกษตร “เกษตรธรรมชาติ” เกษตรทางเลือกของไทย ต้นแบบของชีวิตที่ยั่งยืน ลุงจำเนียร รักวงศ์

จำเนียร  รักวงศ์ อดีตเป็นชาวนาแถบอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี แต่ป่วยเป็นโรคเรื้อน สังคมรังเกียจไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลมะโนโรม จังหวัดชัยนาท จากนั้นมีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการปลูกพืชและสัตว์ในเขตภาคเหนือหลายจังหวัด โดยสถาบันแมคเคนเพื่อการฟื้นฟูสภาพได้ยื่นมือมาช่วยลุงจำเนียร ให้มีที่พักอาศัยที่บ้านชีวิตใหม่ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ คุณตาจำเนียรอยากทำการเกษตรมาก แต่ไม่มีที่ดิน สุดท้ายได้รับการอนุเคราะห์ที่ดินจำนวน 5 ไร่ แต่พื้นดินค่อนข้างแห้งแล้ง ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ แต่ก็พยายามปรับปรุงพื้นที่ดัง

กล่าว โดยเริ่มปลูกพืชอายุสั้นเช่น ถั่วลิสง ข้าวโพด พริก ละหุ่ง และกล้วย จากนั้น 3 ปีต่อมาจึงเริ่มปลูกพืชอายุยาว เช่นมะม่วง ลำไย และไผ่ตง แต่ปลูกไปก็เจอปัญหาขาดน้ำ จึงแก้ไขโดยการขุดเจาะน้ำบาดาล ลุงจำเนียรทำการเกษตรอยู่หลายปี นานวันเข้าเริ่มอยากลองใช้สารเคมีที่ทั้งร้านค้าและเพื่อนบ้านแนะนำมา ทั้งสารกำจัดแมลง กำจัดโรค วัชพืช แต่ยิ่งใช้ไปกลับยิ่งเห็นว่าดินเริ่มมีความเสียหาย และตัวเองก็มีหนี้สินพอกพูนมากขึ้น ยิ่งใช้สารเคมี ยิ่งเป็นหนี้ แถมร่างกายก็ไม่เหมือนคนอื่นเขายิ่งใช้สารเคมีสุขภาพยิ่งย่ำแย่ลง ใช้สารเคมีก็ต้องซื้อมากขึ้นทุกปี ถ้าไม่ซื้อเพิ่มก็ควบคุมศัตรูพืชไม่อยู่ ผลผลิตมีสารเคมีตกค้าง ส่งให้ผู้บริโภค เหมือนทำบาปและฆ่าผู้บริโภคทางอ้อม ลุงจำเนียรครุ่นคิด “เฮ้อ….สงสัยเราจะมาผิดทางแล้ว”

คิดได้ดังนี้จึงตั้งต้นการเกษตรใหม่ ทำเกษตรธรรมชาติ ลดและหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีอย่างสิ้นเชิง  แล้วใช้วิธีอื่น ถึงแม้ภาระงานจะหนักเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า คอยแก้ปัญหามากมายตั้งแต่กระบวนการเตรียมดินไปจนถึงเก็บเกี่ยว ใช้เทคนิค “ทำน้ำหมักชีวภาพจากพืชสีเขียวและผลไม้สุก” พืชสุขภาพดีขึ้น ผลผลิตดีวันดีคืน ลุงจำเนียรมีลำไย 440 ต้น เก็บผลผลิตได้ต้นละประมาณ 150 กิโลกรัม ราคาผลผลิต 20 บาทต่อกิโลกรัม รายได้ต่อปีขึ้นหลักล้านไม่ธรรมดา ทำให้มีกำลังซื้อบ้านให้ลูกสาว ภูมิอกภูมิใจกับเกษตรที่ทำ “เรามาถูกทางแล้ว”

คุณผู้ฟังคะ ลุงจำเนียรเป็นตัวอย่างให้เราได้ประจักษ์ว่า การไม่มีหนี้ อยู่กับธรรมชาติ สุขภาพดี คนปลูกแข็งแรง คนกินได้คุณค่า ผลผลิตไม่มีตกค้างสารอันตราย  ลุงลองผิดลองถูกจนเดินถูกทาง แล้วคุณผู้ฟังล่ะคะ เป็นผู้ผลิตหรือผู้บริโภคที่เดินทางไหนอยู่



This post has been seen 11880 times.

Share This: